แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Lineage2 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Lineage2 แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2560

ปกรณัม : ลินเนจ 2 บทที่ 9 เอลเมอร์อาเดน ประวัติศาตร์ที่ถูกจาลึกใหม่

ชายพเนจรเงยหน้าขึ้น เมื่อเรื่องเล่าของเขาจบลง

             เรื่องราวนี้แตกต่างไปจากที่เรื่องที่เราเคยฟัง แต่กลับคุ้นเคยอย่างประหลาด
หญิงสาวเอลฟ์ผู้งดงามในคณะเดินทางของเรา นั่งเงียบๆ     น้ำตาคลออยู่ในดวงตา

รัตติกาลผ่านล่วงไปในขณะที่ชายนิรนามเล่าเรื่อง ในเวลานี้ ไม่ปรากฏเสียงร้องของ
สัตว์ป่าน้อยใหญ่ ไม่มีแม้แต่เสียงลมพัดยอดไม้เหนื่อศีรษะ แม้แต่เสียงน้ำในลำธารที่
ไหลผ่านก็แผวลงทุกที   มีเพียงเสียงลมหายใน และ เปลวไฟปะทุ     ที่ยังดังขึ้น
ท่ามกล่าง ความเงียบของราตรีนี้   ราวกับทุกสิ่งในธรรมชาติ กำลังกลั้นหายใจ  เพื่อฟัง
เรื่องราวที่ถูกเล่าขานต่อหน้ากองไฟนี้

พวกเราเอนกายเข้าหากัน ในขณะที่ชายผู้นั้นกระแอมในลำคอและเริ่มเล่าเรื่องต่อ

             "นั้นละ มันไม่ดูจะขัดแย้งกันไปหน่อยหรือ...?
              ที่สิ่งมีชีวิตที่ต่ำต้อยอที่สุดอย่างมนุษย์ จะครองชัยเหนือดินแดน ทั้งหมด?
              แต่นั้น ก็เกิดจาก "เจตนารมณ์ของมนุษย์"
              เจตนารมณ์ที่แรงกล้า แม้แต่เทพเจ้าก็ไม่เคยคาดคิดไว้....

เอาละคราวนี้ ข้าจะเล่าถึงเรื่องดินแดน อาณาจักรมนุษย์อันรุ่งเรืองที่สุดที่เคยมีมา
นี้คือเรื่องราวของมนุษยื ที่เดินตามรอยเท้าของเหล่ายักษ์

             ในช่วงสงครามทีกินเวลายาวนาน ของออค เอลฟ์ และ มนุษย์ ท่ามกลาง
อาณาจักรเอลเมอร์มนุษย์ได้เริ่มก่อตั้งอาณาจักรแรกเริ่มของพวกเขาด้วยกลุ่ม
แกนนำที่ประกอบไปด้วยตระกูล "อธีน่า"เขารวบร่วมเหล่าจอมเวทย์มนุษย์ ป้องกัน
ตนเองด้วยกำลัง และจัดระเบียบใหม่ด้วยการข่มขู่และ ลงเอยด้วยการพัวพันกับ
การต่อสู้ น้อยใหญ่ ชูไนมาน ผู้นำสูงสุดของตระกูลอธีน่า ได้ผนึกแคว้นของเขา
ที่เรารู้จักกันในนาม เอลเมอร์-อาเดน


            ชูไนมาน กษัติย์มนุษย์ผู้ต่ำต้อย ที่เคยสวมมงกุฏกิ่งไม้ของบรรพชน
บัดนี้เขาได้สวม มงกุฏทองคำ กับ อัญมณีแวววับ เหนื่อศีรษะ ตำนานของพวกเขา
เลืองลือมากในหมู่ชนรุ่นหลัง ตัวตนของเขา อยุ่ไกล้เคียงกับเทพเจ้าเลยที่เดียว

แต่จรรกพรรดิ์ ชูไนมานเองล่วงรู้ถึงชาติกำเนิดของตน ที่เกิดจกการทดลองของ
กรังไคน์เทพแห่งความตายและการทำลายล้าง เพราะเหตุนี้ทำให้มนุษย์ มี
ชาติกำเนิดต่ปมด้อย ในฐานะอันต่ำต้อย  ยิ่งกว่านั้นการที่เขารู้ว่าเผ่าพันธ์ของเขา
เกิดมาจากการนำเศษเหลือเดนของแต่ละเผ่าพันธ์มาร่วมกัน เป็นเรื่องที่ยอมรับ
ไม่ได้สำหรับ ชาติกำเนิดของ ผู้ปกครองแผ่นดิน

ข้อเท็จจริงอันแสนอัปยศนี้พวกเขาไม่ต้องการ
             เพื่อาณาจักรใหม่ของพวกเขา พวกเขาต้องการตำนานบทใหม่ในหน้า
ประวัตศาตร์ เพื่อเกียริติยศของเผ่าพันธ์ และด้วยหน้าประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียน
ขึ้นใหม่นี้ จะทำให้มนุษย์ มีเกียรติยศ สืบไป


               ผลที่ตามมาคือ ชูไนมาน ได้ก่อ การปฏิวัติ ศาสจักรครั้งใหญ่ เขาได้
หยิบยก เทพีไอฮัซซัสเทพีผู้สร้างขึ้นเป็นตัวแทน ของเทพผู้สร้างเผ่าพันธ์มนุษย์
ขึ้นแทนเทพแห่งความตายกรังไคน์  ด้วยหน้าประวัติศาตร์ใหม่นี้ ทำให้เหล่า
จอมเวทย์แห่งศาตร์มืด และ ผู้นับถือในตัวเทพกรังไคน์ ถูกกวาดล้างออกจาก
อาณาจักร พวกผู้นับถือกรังไคน์ได้ถูกปฎิบัติอย่างโหดเหี้ยม (ช่วงนี้ จะตรงกับ
ตำนาน อาชีพ ของเนโครแมนเซอร์ ที่ถูกกดขี่เป็นอันมากจนหายไปจาก
อาณาจักรเอลเมอร์อาเดนไป)

            การปฎิรูปของศาสนจักรดำเนินไปอยู่หลายชั่วอายุคน จนในที่สุด มนุษย์
ก็เชื่อว่า ตนเองถือกำเนิดจากเทพีผู้สร้าง เทพีแห่งแสง เทพแห่งความดีงาม
 ไอฮัสซัส ส่วนกรังไคน์ ป็นเทพที่อยู่ฝังตรงข้ามกับตน การมีอยู่ของเขาเป็น
เพียงสัญลักษณ์ของความชั่วร้าย

(การปฎิวัตินี้ยังดำเนินมาถึงบัจจุบัน ในเควส : มือ และ เท้าของศาสนา ที่โบสถ์
ดีออน ในเควส ทางโบสถ์ จะทำการปกปิด บิดเบือนข้อมูลทุกอย่างที่เราได้มา
ร่วมถึงให้เราสังหารเทพผู้รับใช้ไออัดซัส ที่พยายามจะนำข้อมูลว่า ไออัดซัสนั้น
แท้จริงโหดร้าย เพียงใด ในศาสนจักรเอง จึงมีสงครามกันเองระหว่างผู้ที่ศรัทธาใน
ไอฮัดซัส และ ผู้ที่รู้ถึงตัวตนที่แท้จริง  ด้วยตัวตนที่ต่างกันแต่กลับยังต้องอยู่ด้วยกัน
ทำให้เกิดการแบ่งแยกอาชีพของพระ เคลริค  ออกเป็น 2ท่างคือ บิชอพ ผู้ใช้ปาติหารแห่งแสง
กับ โปรเฟต นักบวชผู้รักตนเองและ อิสระ)

เมื่อเรื่องนี้ลอยไปถึงหูของกรังไคน์ เขาหัวเราะเบาๆ

        "เจ้าจะไม่นับถือข้า ข้าก็ไม่โกรธหรอก เจ้ามนุษย์  แต่...
         เจ้าคิดจริงๆหรือว่าด้วยอุ้งมือของพวกเจ้า จะ สามารถ ปิดแผ่นฟ้าอันกว้างใหญ่นี้ได้




วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ปกรณัม : ลินเนจ 2 บทที่ 8 พันธมิตรกลับกลายเป็นศัตรู

จริงดังคำพูดอันเจ็บแสบของออค บัดนี้ เหล่าเอลฟ์ต้องเผชิญกับการคุกคามครั้งใหม่
ที่น่ากลัวกว่าครั้งไหนๆ

"กองทัพมนุษย์"

           จากการการทำสงครามที่ยาวนาน เหล่าเอลฟ์ ต่างเหนื่อย และ อ่อนแรงลงไปมาก
ผิดกับมนุษย์ที่กล้าแข็งด้วยพลังแห่งเวทย์มนต์ มนุษย์ ลุกขึ้นตั้งตน ต่อต้านเอลฟ์

เพลานั้นสายเกินไปเสียแล้ว...สิ่งที่เอลฟ์ำได้ฟูมฟักขึ้นมาเคียงคู่ คือ ปิศาจร้าย

และสงครามที่น่ากลัวที่สุดรองลงมาจากสงครามของเหล่าเทพเจ้า...

สงครามเวทย์มนต์  

             มหาเวทย์ทั้งหลายที่เข้าปะทะกันทำให้แผ่นดินสะเทือนเลือนลั่นและก่อ วินาศกรรม
ครั้งใหญ่ จากการปะทะกันของพลังเวทย์ก็คือผืนป่าที่อุดมสมบรูณ์ที่สุด กลับกลายเป็น
Sea of spore

ละอองพิษรานี้ ทำให้เกิดเห็ดพิษเกิดขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ปกคลุม และ ทำท่า
จะลุกล่ามไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เหล่าผู้คนในสงคราม ได้รับผลกระทบเหมือนดังโรคร้ายที่
รักษาไม่หาย และที่ร้ายไปกว่านั้นก็คือ ดินแดนพื้นป่า แห่งนี้ความจริงได้รับการดูแลจาก
แมงมุม ออร์เฟน ซึ่งเป็นน้องสาวของแมงมุมเนรูฟา ในช่วงที่ทำสงคราม ออร์เฟรได้เดิน
ทางมาหาเนรูฟาพอดี  ผู้ดูแล ต้นไม้มารดา เนรูฟา เคยได้รับคำทำนายไว้เมื่อนานมาแล้วว่า
เมื่อสงครามมนุษย์ กับเอลฟ์เกิด ห้ามให้น้องสาวกลับไปยังบ้านเกิดเป็นอันขาด แต่ เขาไม่ได้
ห้ามน้องสาวเอาไว้  และเมื่อคิดจะห้าม ทุกอย่างดูเหมือนจะสายเกินไป ออร์เฟนกลับมายัง
บ้านเกิดแล้ว จากพื้นป่าที่อุดมสมบรูณ์กลักลายเป็นทะเลสีขาของเชื่้อรา ต้นไม้ตายทั้งป่า
แม้แต่แม่น้ำและอากาศก็ดูเหมือนจะเน่าเสีย ไปจนหมด  กว่าเนรูฟาจะตามมาถึง...

ออร์เฟน ก็วิปลาศ ไล่ฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกอย่างไปเสียแล้ว




       สงครามยังคงดำเนินต่อไป พวกเอลฟ์นั้นอ่อนล้าเกินกว่าจะยับยั้งกำลังของมนุษย์ได้
พวกเขาถูกขับให้ถอยร้นไปอย่างช้าๆจนถึง ร่มเงาของป่าอันปลอดภัย  พวกเขาเตรียมการณ์
สำหรับสงครามครั้งสุดท้าย ในพื้นป่าแห่งนี้ อำนาจของเอลฟ์จะแสดงพลังถึงขีดสุด และ
เขาจะใช้ความได้เปรียบนี้เอาชัยชนะกลับคืนมา

       พวกเอลฟ์ขุดอุโมงค์ลึกลงไป  หรือ ปราการใต้ดินเอลฟ์



ที่นั้นจะคอยสะท้อนเสียงอาวุธ และเสียงตะโกนอย่างรวดเร็ว ทำให้เอลฟ์ได้เปรียบ
แต่ ทว่าชัยชนะทั้งหมดกลับยังตกไปเป็นของพวกมนุษย์...

ตลอดสามเดือนแห่งการโอบล้อม ไม่ว่าจะเป็นความภูมิใจในเผ่าพันะืของเอลฟ์
อำนาจแห่งป่าของเอลฟ์ หรือแม้กระทั่ง อำนาจแห่งเวทย์มนต์ ที่เหนือกว่าของเอลฟ์
ไม่สามารถต้านทาน กับกระแสกองกำลังที่ไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์ได้ เอลฟ์ต้องประสพ
กับความเสียหายครั้งใหญ่

ท้ายที่สุด พวกเขาได้หลบลึกเร้นกายเข้าไปกลางป่า ก่อนล่าถอยพวกเขาได้ร่ายเวทย์มนต์
อาณาเขตคุ้มครองอันแข็งแกร่งขึ้นรอบๆบริเวณป่าของพวกเขา มิให้เผ่าอื่นล่วงล้ำเข้ามาได้
ในนามที่พวกเรารู้จักกันว่า "ป่าเอลฟ์"

เหตุนี้เอง... มนุษย์จึงกลายเป็นผู้พิชิตเหนื่อดินแดนทั้งหมด



วันเสาร์ที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ปกรณัม : ลินเนจ 2 บทที่ 2 กำเนิดแห่งเผ่าพันธุ์

        เรื่องราว  หลังจากที่ก่อกำเนิดทวยเทพ     และโลก   Lineage2 ได้ผ่านสายตา
ของท่านไปบ้างแล้ว  อาจมีหลายคนส่งเสียงคัดค้าน  เรื่องเผ่าพันธุ์ อื่นละ และคง มี
ข้อสงสัยกันไปต่างๆนาๆ ไม่ต้องรีบคะ นิทานเรื่องนี้ยังอีกยาวไกล...




        หลังจากที่ไอซัสซัดได้ให้กำเนิด เหล่ายักษ์ ผู้เต็มไปด้วยความรู้ และกำลังไม่นาน
พวกเขาก็ได้  สร้างระบบการปกครองของพวกเขาแต่งตั้ง     ราชาของเหล่ายักษ์  สร้าง
อาณาจักรแห่งพื้นพิภพ  เอาไว้  มากมาย ไม่ว่าจะเป็น          วิทยาการของรถไฟลอยฟ้า
หอคอยที่มีระบบ ป้องกันตัวเองเช่น  "หอคอยครู่ม่า" และสิ่งต่างๆมากมาย เหล่าทวยเทพ
เริ่มเข้าสู่ความเบื่อหน่ายอีกครั้งและครั้งนี้เหล่าบุตรแห่งเทพีไอซ์ฮัสซัด และ เทพกรังไคน์
ก็อยากให้กำเนิดเผ่าพันธ์ของตนเองบ้าง


      เทพีชินเลน ธิดาเทพคนโต ได้ให้ใช้พลังของตนเองให้กำเนิดเผ่าพันธุ์ แห่งสายน้ำ
เอลฟ์สีเทา แต่เนื่องจากรูปการเอลฟ์ครั้งแรกนั้นมีสีสัน   และรูปกายผิดไปจาก ไอฮัดซัส
ทำให้ ชิลเลนต้อง    ใช้พลังของเธอให้กำเนิดเผ่าพันธุ์       ใหม่อีกครั้ง  ผลลัพธ์ที่ได้คือ
เอลฟ์น้ำตาล       ผู้บอบบางและสว่างไสว ราวกับไอฮัสซัด หรือเอลฟ์ต้นไม้  เอลฟ์ทั้งคู่
ก็ยังมี ความละม้าย คลายคลึงกันมาก และ  อาศัยอยู่ร่วมกัน ถายใต้    มารดาคนเดียวกัน  
นั้นคือ เทพีแห่งสายน้ำ   ชิลเลน เอลฟ์เป็นเผ่าที่รวดเร็วและว่องไวมาก   พวกเขางดงาม
และ  ชาญฉลาด แต่ชีวิต ของพวกเขาได้ผูกติดกับต้นไม้มารดา   อันเป็นแหล่งพลังชีวิต
เหล่าเอลฟ์ทั้งหลาย  ในเวลาต่อมาพลังของ  พวกเขาก็คือ พลังแห่ง สายน้ำ สายลม และ
ธรรมชาิติ





         เทพพรากีโอ้ ก็ได้ใช้พลังของต้นเอง ก่อกำเนิดชีวิตใหม่ ได้แก่ เผ่าพันธ์ ออค   นอกจาก
พรากีโอ้ จะให้กำเนิดเผ่าพันธ์ออคแล้ว    เขา ยังคงสอนวิชา มนต์บทแห่งเปลวไฟแห่งชีวิต  ให้
กับออคทั้งหลายอีก   ด้วย แม้เผ่าพันธ์ออค จะเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและพลัง  แต่บุคลที่พวก
เขา นับถือในหมู่ออคด้วยกันกลับเป็น

           "ออคผู้ที่ทรงพลังอำนาจแห่งเปลวไฟ" 

ผู้นำของเขา   จะได้รับฉายาว่า โอเวอร์ลอด ผู้นำหายนะแห่งสงคราม ใน ครั้งแรกที่เผ่าพันธ์ออค    
ยังร่วมตัวกัน จากหลากหลายความแตกต่าง (แตกเผ่าย่อยมาอีก 6 -8 เผ่า)   เหล่าผู้วีรชนออค ได้
ตัดสินใจ บูชายัญ ตนเอง เพื่อเป็นเปลวไฟแห่งชีวิตคอยปกปักดูแลลูกหลานสืบต่อไปแต่ ในภาย
หลัง  เผ่าออคเองก็เกิดการทรยศขึ้น ในเผ่าของตนเองในตอนท้ายที่สุดเผ่าที่ได้เป็นหัวหน้าแห่ง
เผ่าพันธ์ออคก็คือ เฮสโทมาทุย หรือเผ่าออคที่เรา สามารถเลือกเล่นได้นั้นเอง



             เทพซายฮา     ได้ให้กำเนิด สิ่งมีชีวิตด้วยเช่นกันนั้นคืออาร์เทีย แต่ก็เช่นเคย สิ่งที่เขาให้
กำเนิด เป็นเพียงวิญญาณแห่งสายลม เจตทูติ แห่งลมนั้น รักอิสระ ล่องลอยไปตามที่ต่างๆ  โดย
ไม่ไยดี ยึดติดต่อสิ่งใดเหมือนดังเทพผู้สร้าง เจตทูตินั้น มีความกระหายใครรู้มากมาย แต่หากถูก
นำมาจับขังเอาไว้ พวกเขาจะเสียชีวิตในเวลาไม่นาน

             เทพีมาเฟอร์     ได้ให้กำเนิด  เผ่าพันธ์ ตาแก่ กับ โลลิให้กำเนิดเผ่าพันธุ์ดรอฟ   ผู้กำเนิด
จากพื้นดิน พวกเขามีความเข้าใจ        ในวิทยาการต่างๆได้ว่องไวมาก  บวกกับที่กำเนิดมาจากพื้น
พิภพ  สินแร่ต่างๆ นอกจาก  จะเป็นสมบัติของมาเฟอร์แล้วก็ยังเหมือนสมบัติ  ของพวกเขาอีกด้วย
ด้วยคุณสมบัติสองข้อนี้ทำให้ อาวุธยุทโธปกณ์  จากดรอฟ์ ดูพอเศษ และเลิศเลอกว่าของผู้ใดแม้
แต่เหล่ายักษ์ยังต้อง ยกนิ้วให้ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของพวกเขาคือ
"หลงไหลในวิทยาการ และ เงินตรา"






      เหล่าเผ่าพันธุ์ใหม่ ทยอยลืมตาเกิดขึ้นมาในโลก นอกจากชีวิตใหม่นี้  จะเป็นความบันเทิงแก่
เหล่าทวยเทพแล้ว    ยังคงเป็นประโยชน์แก่ อีกเผ่าพันธ์ด้วย            

       ใช่แล้ว เผ่าพันธ์  ที่เกิดมาพวกแรก "เผ่าพันธุ์ยักษ์"

       ยักษ์ ได้ตระหนักถึง  ความเฉลียวฉลาดของเอลฟ์   ยักษ์จึงดึงเอลฟ์เข้ามาทำหน้าที่ การจัดการ
การบัญชี และ   บรรณาลักษณ์ เอลฟ์นั้น   ไม่ค่อยมีความรู้สึกของตัวเองสักเท่าไหร่   อาจเพราะ
พวกเขาอยู่กับ ธรรมชาติ มาโดยตลอด หากนั้นไม่ใช่สิ่งที่ผิด  พวกเขาก็ไม่มีเหตุผล ต้องปฏิเสธ

      ยักษ์ ได้ดึงออคเข้ามาในงานหนัก ที่ต้องใช้แรงงาน ในการสงคราม และ ก่อสร้างด้วยความ
เคารพในความแข็งแกร่งของยักษ์   ออค จึงยอมเข้ามาช่วย

      ยักษ์ ได้ดึงดรอฟ์เข้ามาช่วยงาน    ด้านวิทยาการในการก่อสร้าง ต่างๆ ร่วมถึงผลงานการ
สร้างอาวุธยุทโธปกณ์  ทั้งหลาย ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ของดรอฟ์ทำให้พวกเขาก้ามเข้า
มาแทบในทันที

     ทุกเผ่าพันธ์ดำเนินไปอย่างสงบ  พวกเขาให้ความเคารพซึ่งกัน  และกันและ   บูชาทวยเทพ
ผู้ให้กำเนิดแก่พวกเขา ทุกอย่างก็ควรจะ  ดำเนินไปเช่นนั้นจนกระทั่ง เทพที่ไม่น่าจะให้กำเนิดสิ่งใด

      "อยากจะสร้างเผ่าพันธ์ของตนเองขึ้น"

     มหาเทพกรังไคน์  เมื่อเห็น พระชายา และลูกๆของตนให้กำเนิดสิ่งมีชีวิต  กำเนิดเผ่าพันธ์ใหม่ๆ
ช่างเป็นความบันเทิงเสียเหลือเกินการเฝ้าดูเหล่า   ชีวิตใหม่มันช่างน่าตืนตาตืนใจ แต่คงจะดีไม่น้อ
หากเขาได้ให้กำเนิด เผ่าพันธ์ของเขาเองบ้าง

      เทพแห่งการทำลายล้างกรังไคน์ ไม่มีอะไรเลย นอกจากพลังทำลายพลังของเขา  ไม่อาจก่อ
เกิดชีวิตใดๆได้ เขาได้ไปขอร้องพระชายา ของเขา เทพแห่งแสงไอฮัสซัด

      "หน้าที่ของคือการทำลายล้าง สิ่งที่ท่านสร้างรังจะก่อให้เกิดแต่หายนะก็เท่านั้น"

      ไอฮัสซัดปฎิเสธ อย่างไม่ใยดี เขาจึงต้องบากหน้าไปหาบุตรของเขาแทนและลูกๆของเขาก็
ใจอ่อน

เทพีชิลเลน 

     "ท่านพ่อค่ะ ข้าใช้พลังในการกำเนิดเผ่าพันธ์เอลฟ์ไปจนหมดแล้ว...เหลือแต่พลังแห่งน้ำที่นิ่ง
และเน่าเสีย นี้เท่านั้น ท่านพ่อไม่ควรนำมันไปใช้หรอก"กรังไคน์ ยิ้มมุมปากและจากไป

เทพพรากีโอ

      "บิดาข้า ตัวข้าได้ใช้พลังเปลวไฟแห่งชีวิตให้กำเนิดเผ่าพันธืออคมากมาย และยังใช้ไฟของข้า
เพื่อพวกเขามีพลัง ตอนนี้ข้า เหลือแต่เถ้าไฟที่ไกล้มอด ท่าน อย่าได้เอาไปใช้เพื่อการใดๆเลย"
กรังไคน์หัวเราะเบาๆและจากไป

ซายฮา
      "พ่อ พลังของข้า ได้ให้กำเนิดเหล่าเจตทูตแห่งสายลมไปหมดแล้ว ที่ยังเหลือ มีเพียงสายลมที่
เกรี้ยวกราด ท่านยังมีความต้องการในสายลมเน่าเหม็นนี้เช่นนั้นหรือ" กรังไคน์ยิ้มตอบอย่างพอใจ
จนซายฮาได้แต่ถอนหายใจ

มาเฟอร์ 
       "พ่อข้า ตัวข้านั้นก็มีเพียง ดินที่แห้งแลงและสกปรกจนไม่อาจหาประโยชน์ใดๆได้ ท่านต้องการ
มันอีกหรือ"แม้มาร์เฟอร์จะขอร้องด้วยน้ำตาที่นองหน้า แต่ผู้เป็นบิดาหาได้รู้สึกรู้สาใดไม่
       "มากกว่าที่เจ้าคิด" กรังไคน์ตอบอย่างไม่ลังเล

         แม้เหล่าลูกๆของเขาจะคัดค้าน    แต่สำหรับกรังไคน์แล้ว มันเหมือนการท้าทาย   ในเมื่อเทพ
ทุกองค์ต่างให้กำเนิดสิ่งมี ชีวิตต่างๆได้มากมาย     แล้วทำไมเขาจะให้กำเนิดบ้างไม่ได้ สิ่งที่จะทำ
ออกมาจากน้ำมือของเขา จะต้องวิเศษเหนื่อสิ่งอื่นใด ด้วยจิตวิญญาณแห่ง น้ำ ไฟ ลม และ ดิน
สุดยอดเผ่าพันธ์เหนื่อ กว่าที่ทุกเผ่าพันธ์เคยมีมาจะบังเกิด  และเขาจะพิสูจน์มันเดียวนี้...


        แต่ทว่ากรังไคน์คงลืมคิดไปว่า ด้วยพลังของน้ำที่นิ่งและเน่าเสีย จากชิลเลน เปลวไฟที่ไกล้มอด
ดับ จากพรากีโอ้ สายลมที่  เกรี้ยวกราดของซายฮา    และ ดินที่แห้งแล้ง และสกปรกที่หา    ประโยชน์
ไม่ได้ของ มาเฟอร์ ร่วมกับพลังของเขา เผ่าพันธ์ใหม่ได้ ถือกำเนิดขึ้นมา

         เผ่าพันธ์มนุษย์ ...เผ่าพันธ์ ที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงดังออค ไม่มี ความชาญฉลาดแบบเอลฟ์ ไม่มี
ความรอบคอบแบบดรอฟ์ ไม่มีแม้แต่ปีก แบบ เจตทูต ของซายฮา...          พวกเขาไม่มีอะไรเลย
แถมยังอายุสั้นที่สุดในบรรดาเผ่าพันธุ์ทั้งหมด

แม้แต่ ยักษ์ เองก็ยังคาดหวังอะไรไม่ได้จากมนุษย์ และบังคับ พวกเขาให้มาเป็นทาส  กรังไคน์ผิด
หวังอย่างมาก เพราะว่าเขา ไม่ฟังคำทักท้วงของเหล่าลูกๆและชา หรือเปล่า

ทำไม? เผ่าพันธุ์ที่เกิดจากมหาเทพแห่งการทำลายล้าง.... ถึงไร้ค่าถึงเพียงนี้เชียวหรือ...

กรังไคน์ ได้แต่โทษตัวเอง และเลิกสนใจในมนุษย์ไปในที่สุด


















ปกรณัม : ลินเนจ 2 บทที่ 1 อารัมภบทข้างกองไฟ(ปฐมกาล )

บทที่ 1 อารัมภบทใต้กองไฟ(ปฐมกาล )





 เนิ่นนานมาแล้ว ภายใต้โลกสีคราม ที่มีเผ่าพันธ์ทั้ง 5  อาศัยอยู่ร่วมกัน
       เอลฟ์   เผ่าพันธุ์ แห่งสายน้ำ
       ดาร์คเอลฟ์ เผ่าพันธุ์แห่งรัตติกาล
       ออค    ผู้ถือกำเกิดจากเปลวไฟ
       ดรอฟ ผู้มัั่งคั่งในขุมทรัพย์แห่งพื้นแผ่นดิน
       และสุดท้าย มนุษย์ ผู้เต็มไปด้วย "ความอลหม่าน"

      ไม่มีผู้ใดรู้ที่มาที่ไปอย่างแน่นอน... มีเพียงเสียงลือเสียงเล่าอ้าง..

จางหายไปตามสายลม  ลบเลือนจากกาลเวลา 

ในเวลาที่ผู้คนได้ลืมเลือนเรื่องเหล่านี้ไปจนหมดสิ้นแล้วนั้น...

เรื่องราวที่ถูกลืม จะเริ่มต้นขึ้น...

          กลางป่าเขาแห่งหนึ่ง ยังมีคณะนักเดินทาง จะสัญจรไปยังที่ไหนไม่อาจทราบได้
กลุ่มคณะนักเดินทาง มีเพียง พ่อค้าเร่ ผู้คุ้มกัน  ลูกหาบพอสมควร
จวบจนไกล้พลบค่ำ  พวกเขาจึงได้มาเจอกับ... 
ชายชราคนหนึ่ง ท่ามกลางป่า แต่งตัวรุ่มร่าม    ดูช่างแปลกแยกจากคนทั่วไป
เขาขอพักไปกับคณะเดินทาง ด้วยความหนาวเหน็บของอากาศในวันนั้น
ไม่มีเหตุผลใดเลยที่เราจะปฎิเสธ พวกเรารับชายนิรนามผู้นั้นอย่างไม่ลังเล
เมื่อมีผู้ซักถามถึง  เรื่องที่มาที่ไป  ก็ไม่ได้รับคำตอบใดๆกลับมา
เขาบอกเพียงแค่ว่า ตัวเขาเป็นนักเล่านิทาน


           ในค่ำวันนั้นเอง หลังจากที่ทุกคนในคณะได้กินอาหารค่ำใต้กองเพลิงจนอิ่ม
หนำสำราญ และเตรียมจะเข้านอน
ชายนิรนามเอ่ยปากขึ้นหลังจากที่เขาแทบไม่พูดอะไรออกมาเลย...

           " ข้าขอขอบคุณในน้ำใจของพวกท่าน...แต่ตัวข้านี้ไม่มีอะไรเลย
จะเป็นสิ่งของตอบแทนอาหารมื้อนี้"

           " อย่าไปคิดมาเลยท่านลุง พวกเราก็ช่วยกันตามอัตภาพเป็นปกติอยู่แล้ว"
พ่อค้าคนหนึ่งที่กำลังนั่งผิงไฟเอ่ยขึ้น

            " ข้า... ขอตอบแทนอาหารของพวกท่านด้วยนิทานก็แล้วกัน"

            " นิทานเหรอ ก็ดีนะ พวกเรามาล้อมวงฟังกันเถอะ"
 พ่อค้าอีกคนหนึ่งพูด แต่บรรยากาศรอบข้างยังคงเงียบกริบ

              "ก็แค่นิทานหลอกเด็ก" มีแค่เสียงคำพูดเบาๆลอยมา

             พ่อค้า ที่กลาวชวนได้แต่ทำหน้าอย่างเสียไม่ได้...
มีเสียงหัวเราะในลำคอ  ของพวกผู้คุ้มกันดังอยู่เนืองๆ
แต่ท่าที่ของชายนิรนามก็ยังไม่เปลี่ยนไป
มีเพียงรอยยิ้มมุมปากใต้ฮูดคลุมเก่าๆ
เขาหยิบไปป์ขึ้นมาสูบ ในเงามืดนั้นเอง ที่ทำให้ไม่มีใคร
ได้เห็นเลยว่าโฉมหน้า และ นัยตาของชายชราเป็นเช่นไร

              "ใช่...นิทานหลอกเด็ก... เป็นนิทานที่ข้าจะเล่าให้ท่านฟัง... นิทานที่เลือน
หายไปจากประวัติศาตร์ของโลกใบนี้"

พอสิ้นเสียงของชายนิรนาม เหล่าคณะเดินทางทุกคนกลับมีสีหน้าเปลี่ยนไป...
พวกเขาค่อยๆ ทยอยมาไกล้กองไฟจนครบ ชายนิรนามยิ้มมุมปาก ก่อนจะเปิดปากของเขา...



            เมื่อนานมาแล้ว...ในสมัยก่อน ที่โลกได้ถือกำเนิดขึ้นมา  
มีดวงดาวดวงหนึ่ง ที่มีขุมพลังทุกอย่างเอาไว้ด้วยกัน มีทั้ง แสงสว่างและความมืด    
เป็นทั้งขนาดเล็ก และแลดูใหญ่ได้ในเวลาเดียวกัน
ในขณะที่กาลเวลาค่อยๆผ่านไป    ก็ได้มีกลุ่มพลังงานใหม่เกิดขึ้นอย่างช้าๆ   
มีการแบ่งขั้วชัดเจน เป็น  แสงสว่างและความมืด ค่อยๆกลายเป็น
รูปร่างของผู้ทรง อำนาจที่สุดนั้นคือเทพ เป็น 2 พระองค์ได้เกิดมาเพื่อคู่กัน

        มหาเทพีแห่งแสง ไอฮัสซัด  และ...
        มหาเทพแห่งความมืด และการทำลายล้าง กรังไคน์

       หลังจากทั้งคู่กำเนิดขึ้นมา พวกเขาได้ทำให้ดวงดาวนี้แตกออก ทุกอย่างกระจัดกระจาย
กลายเป็น พื้นฟ้า ท้องน้ำ และผืนดิน  และได้มีดวงจิตของดาว ที่ถูกเรียกภายหลังว่า เอเธอร์
ซึ่งเป็นดวงจิตของชีวิต กระจัดกระจายไปทั่ว    เป็น   กลายเป็นพื้นป่าสีเขียวทุกสิ่งมีชีวิตบน
โลกเริ่มต้นจากจุดๆนี้


         มหาเทพทั้ง 2 ได้ถือกำเนิดมาคู่กัน และแบ่งหน้าทีกัน คนละอย่างได้แก่ ให้เทพีไอฮัสซัด
ดูแลและให้กำเนิดชีวิต ทั้งมวล ส่วนเทพกรังไคน์      ทำหน้าที่ทำลายล้างทุกสิ่งที่ ไม่ควรมีอยู่
ร่วมถึงวันสิ้นสุด   ของโลกใบนี้ เทพีไอฮัดซัส และกรังไคน์ สร้างโลกขึ้นมาจากการทำลายดวง
ดาวที่ให้  เทพกรังไคน์ได้ทุบทำลาย ภูเขาใหญ่สร้างทุ่งราบ จัด  สรรพื้นดินอย่างงดงาม ไม่นาน
โลกก็เต็มไปด้วยความ  อุดมสมบรูณ์ของธรรมชาติ

         "ใช่ธรรมชาติ ไม่มีสิ่งใดหลีกลี้หนีไปจากธรรมชาติได้ แม้แต่มหาเทพทั้ง 2 พระองค์"

        เทพีแห่งแสงไอฮัดซัส     ไม่นาน ก็ทรงได้มีความสัมพันธ์ อันลึกซึ้งกับเทพกรังไคน์ จนเกิด
บุตรและธิดาออกมา ธิดาองค์แรก  เทพี  ผู้งดงามด้วยรูปกาย    เทพีชิลเลน เธอได้รับหน้าที่ให้ดูแลสายน้ำทั้งหมดในโลก     บุตรคนรอง เทพผู้ถือกำเนิดพร้อมเปลวเพลิง  พรากีโอ้ เขาก็เช่นกันที่ได้รับหน้า ทีดูแลเปลวไฟ และความอบอุ่น ให้คงไว้แก่โลก    เทพคนที่สาม เทพซายฮา     เทพแห่งสายลม
หน้าที่ของเขา คือดูแลสายลม ทั้งหลาย แต่เนื่องจาก    เขาเป็น  คนที่หลักลอยไม่ค่อยสนใจอะไร
เลย  ทำให้เขาทำหน้าทีได้ เหมือนสายลมจริงๆ เทพคนที่  4  เทพมาเฟอร์ ผู้ดูแลปกปัก แผ่นดิน
ว่ากันว่าขุมทรัพย์ ในพื้นแผ่นดินทั้งหมดคือทรัพย์สมบัติ  ของมาเฟอร์  และเทพีสุดท้อง  เทพีอีวา
เทพที่ขี้อายที่สุดในเนื่องจากไม่มีหน้าทีใดๆเหลือแล้ว ทำให้เธอไม่ต้องคอยดูแลอะไรในบรรดา
พี่น้องทั้งหมด แต่เทพี อีวามีเสียงที่ไพเราะกว่าผู้ใด แถมเธอก็ยังชอบแต่งบทเพลง และกวีต่างๆ

          เมื่อทวยเทพทั้งหมดถือกำเนิดพวกเขาเกิดความเบื่อหน่าย เมื่อต้องล่องลอยอยู่กับโลกที่มี
แต่ธรรมชาิติ ที่กรังไคน์และไอฮัสซัด จัดเอาไว้ ไม่นานพวกเขาก็เริ่ม หาความบินเทิงให้แก่ตนเอง

     เทพไอฮัดซัส ได้ใช้พลังของตนเองให้กำเนิด สิ่งมีชีวิตขึ้นมา สิ่งมีชีวิตแรกได้แก่พวก ยักษ์ 
 ยักษ์ เป็นเผ่าพันธุ์แรก ทรงความรู้และมีพละกำลังมากมาย ไม่นานพวกเขาก็ได้เริ่มทำ อารยธรรม
ของตัวเอง และให้ความเคารพสูงสุดแก่เทพีไอฮัสซัส เหล่าเทพ ได้เริ่มมีควาบันเทิงใหม่แล้ว นั้น
ก็คือการเฝ้าดูสิ่งมีชีวิต บนโลกใบนี้นั้นเอง ....แต่ทว่าในความสงบนั้นเองก็ได้มีเงามืดที่ กำลัง ก่อ
ให้เกิดความเปลี่ยนแปลง อย่างไม่มีวันหวนคืนในไม่ช้า


(โปรดติดตามตอนต่อไป)



วันพุธที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เควสเปลี่ยนอาชีพคลาส 3

การเปลี่ยนอาชีพคลาส 3




เดินทางมาเมือง Aden เพื่อคุยกับ Npc Winonin เมื่อรับเควสเธอจะให้เราออกเดินทางไปที่
The Cemetery




หลังจากที่เทเลพอร์ตมาที่นี้เราจะได้รับเควส จากอัศวินหญิงคนหนึ่ง 
เธอจะให้เราไปค้นหา ศพของบรรดาผู้ปกป้อง Aden 4 แห่ง




เมื่อรวบร่วมไ้ด้ครบทั้ง 4 แห่ง เธอจะให้เราเดินมาหา Aden Vanguand Member



เมื่อเข้ามาข้างในเราจะต้องพูดคุยกับ Adolph เขาจะให้เราเลือก NPC ไปช่วยสู้กับเราได้ 2 คน
(แนะนำตัวแรกเป็น Priest Alice)


มอนสเตอร์จะค่อยๆทยอย ออกมาเรื่อยๆ เราต้องจัดการมอนสเตอร์ และรักษาตัวเองไปเรื่อยๆ 
รอจนกว่า หัวหน้าจะออกมา


เปลี่ยนอาชีพคลาส 3 ได้แล้ว

 หลังจากจบเควสเปลี่ยนอาชีพยังมีเควสต่อเนื่องให้เก็บ EXP และำพาเรามาที่สถานที่เก็บเลเวลใหม่
อีกนิดหน่อยที่โกดาดคะ



วันศุกร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2556

เควส Duty of the Survivor


                                   เควส Duty of  the Survivor รับได้ที่ NPC Vollodos ที่ Bloody Swamp เป็น
เควสวันที่ทำได้วัละ 1 ครั้งและก็ไม่ยากจนเกินไป เพียงแค่ ล่ามอนสเตอร์ ในพื้นที่ไกล้ๆเท่านั้นเอง


รายละเอียด และค่าคอบแทนเควส


                               หลักๆแล้ว สามจะมาสะสม Rotten Blood จาก Swamp Assassin Swamp Stalker 
(อยู่ด้านในบึง) ส่วน Putrefied Extract จะหาจาก Corpse Absorb (อยู่แถวๆรอบนอกบึง)




วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556

In the End of L2 th



     

       สามยอมรับนะ ว่าถ้าเป็นเกมส์อื่น คงเจ๊งไปนานแล้วละ ไม่อัพแพท ยาวนานถึง 2 ปี
 3 ปีแบบนี้        แต่นี้เป็น L2 ที่ยังไม่เคยมีประเทศไหนปิดตัวลง ด้วยระบบเกมส์ที่ดีเยียม
ทำให้หลายๆคนยังคิดถึงกัน      แม้จะเลิกเล่นไปแล้ว แต่ก็เหมือนมีอาถรรถ์ สักพักก็ต้อง
กลับมาเล่นอีก

             เพราะยังรักและ จำความรู้สีกครั้งแรกที่ได้สัมผัสกับ MMORPG ได้ดี

      ยังมีคนเล่นอยู่ไม่ขาดสาย แม้ผู้เล่นใหม่จะมีน้อยมาก แต่ก็ยังปรากฏให้เห็นเสมอ
แต่ขณะนี้ L2 ไทย ระบบเติมเงินนั้นสามารถเติมเงินเข้าได้ แต่ไม่อาจใช้ซื้อ ชม.ได้อีกแล้ว
และด้วยเกมส์ L2 เซิฟไทยนั้นยังเป็นระบบแอร์ไทม์ เมื่อเติมเงินไม่ได้ ก็มีแต่ผู้เล่นจะค่อยๆ
ลดลงเท่านั้น หลายๆคนก็ คิดวิเ คราะห์กันไปต่างๆนา เพราะนี้เองก็เข้าช่วง มีนาคม มีคน
เคยบอกเอาไว้ ว่าเป็นช่วงจะหมดสัญญานั้นเอง  หรือว่านี้...

คือการไล่คนทางอ้อม ?

     เพื่อนเก่าของสามทียังเล่นอยู่ มาจับเข่าคุยกันก็ยังรู้สึกเศร้ามาก  ก็...เล่นมากันตั้งหลายปี
นินะ.. แทบจะกลายเป็นชีวิตประจำวันในเวลาว่างๆเลยทีเดียว  ได้แต่ปลง เซิฟอินเตอร์เอง ก็
เป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ก็นะ..มันไม่ใช่เซิฟไทย...ไม่ได้มีตัวละครเก่าที่เคยออน ไม่สามารถ
สัมผัสได้ถึงความทรงจำเก่าๆที่เคยมี  ในเซิฟไทยนั้นยังมีเพื่อนเก่าที่ไม่ออนมาแล้วมากมาย
แต่ก็ยังพอมีความหวัง  เมื่ออัพแพท หรือเวลาผ่านไป พวกเขาอาจเข้ามาทักทาย หรือนัดเข้า
มาคุยเล่นกันบ้าง แต่คงไม่มีอีกแล้วละ ตอนนี้...

เจ้าของค่ายเกมส์ในไทย ก็ไม่ได้มาบอกอะไร เพิ่ม ว่าจะทำอะไร หรือระบบจะเปิดเมื่อไหร่

ข่าววงในเงียบหาย ไม่มีข่าวอะไรมาใหม่อีกแล้ว มีแต่ความว่างเปล่า

มีแต่ข่าวลือให้เซ็งแซ่ ว่าลินเนจไทย คงไม่อาจผ่านพ้นมันไปได้อีก

แม้แต่ที่มั่นสุดท้าย เซิฟ 1 ที่มีผู้คนหลังไหล  ก็จะไม่มีอีก

ผู้คนก็ทยอยหมดเวลาไปเรื่อยๆ

นี้คง ถึงเวลาแล้วสินะ...

หลายปีที่ผ่านมา ขอขอบคุณเพื่อนๆ และผู้ร่วมทางทุกคนนะ

/ด้วยรัก และ คิดถึง...คิดถึงจริงๆ







วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ภาค17 ศึกช้างชนช้าง MdTeam Vs TamiyaTeam


                 ภาคใหม่ล่าสุด ศึกช้างชนช้าง MdTeam Vs TamiyaTeam

(   สรุปก่อนหน้านี้สักนิด... เนื่องจาก MD ในช่วงต้นๆมีศัตรูหลักคือ Sup 
หลังจากการย้ายเซิฟเสรีทำให้ MDไำด่กำลังเสริมจากเซิฟอื่น และ Sup
ต้องย้ายเซิฟไปด้วยเหตุผลต่างๆ     ระหว่างที่ไม่มีSup แคลนวอร์ที่เป็น
                 พันธมิตรของฝ่ายSup มีทั้งที่ย้ายตาม และ เลือกจะอยู่ต่อคะ 
แม้ยังมีการยิงกันบ้าง      แต่เรื่องการลงชิงปราสาทนี้เงียบเหงาไปเลย)

สงครามโลกครั้งที่3

             หลังจากที่เซิฟ 1 เงียบเหงามากว่าครึ่งปี ในที่สุดก็กลับมาตื่นเต้นอีกครั้ง
เพื่อนๆหลายคนคงจะพอได้ยินข่าวพอเห็นกันมาบ้างแล้วว่า ปัจจุบันนี้มีสงคราม
ครั้งใหม่เกิดขึ้นมา ระหว่าง  POG กับ MD      แต่หลายๆคนก็ไม่รู้ว่า มันมีต้นสาย
ปลายเหตุอย่างไร       ภาคใหม่นี้จะมาเจาะลึกว่าเพราะอะไร ทำไมถึงยิงกัน และ
ภาพรวมกว้างๆของเซิฟ1 ในปัจจุบันด้วย

            เหตุการณ์ครั้งนี้ สืบเนื่องมาจาก การย้ายเซิฟ ของ NT และ Sup ส่งผลให้
ทางฝั่ง MD ทามิย่า  เงา  POG ติงแดง  แสง ได้รับชัยชนะ หลังจากได้รับชัยชนะ
ไม่ถึงอาทิตย์ ทางหัวแคลน MD ก็ออกมาประกาศว่า จะยกเลิกระบบฮีโร่ขอแต้ม
นับจากเดือนนั้นเป็นต้นมา ฮีโร่เอื้ออาทร ก็หมดไป

            แต่เบื้องลึกของเหตุการณ์ครั้งนั้น  มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ โดยเรื่องมันมาจาก
ผลฮีโร่เดือนนั้น ที่ทาง POG ได้ฮีโร่ไป 7 ตัว แต่กลับ จะมาขอเพิ่มอีก 2 จะเอา 9
ทั้งๆที่  ทางทามิย่า และ เงา ได้ฮีโร่น้อยกว่า POG อีก เรื่องนี้ ทาง หัวแคลน MD
ยอมไม่ได้ จึงปรึกษากับคนสนิทภายในได้เรื่องมาว่าตอนนี้กำลังคนเราเยอะแล้ว
มี EX และ แสง ย้ายมารวม สามารถผูกขาดฮีโร่ได้หมดแล้ว  ถ้าประกาศไปตรงๆ
ก็ดูน่าเกลียด     จึงใช้ การแข่งขันเพื่อพัฒนาฝีมือมาเป็นข้ออ้างในการเขี่ย POG
ออกจาก เสาโอลิมเพียด
     
             หลังจากนั้นมา POG ก็ไม่มีฮีโร่อีกเลย  เหตุการณ์สำคัญต่อมาคือ เกิด
ปัญหาภายในแคลน   MD  สืบเนื่องมาจาก     การที่ หัวแคลน MD ไปจีบ หญิง
คนนึง  และ  ติดหญิงงอมแงม  ไม่ค่อยเข้ามาดูแลแคลน   ส่งผลให้   ลูกแคลน
ไม่พอใจกัน ที่หัวแคลนไม่ช่วยแต่จะเอาส่วนแบ่งเลยงัดกันภายใน  ผลของการ
งัดกันทำให้ลูกแคลนส่วนนึง นำโดย  สาวน้อย5R  และ สมาชิกส่วนนึงย้ายฟาก
ไปอยู่กับแคลน ทามิย่า โดยในสมาชิกกลุ่มนั้นมี คนของแสงอยู่ด้วย

           ทำไมแสงจึงแบ่งข้างกันเอง นั่นก็เพราะ หัวเรือใหญ่ไปต่างประเทศ ไม่มีคน
คุม ลูกแคลนจึงแบ่งออกไปสองทาง ทางนึงยังคงจงรักภักดีต่อ MD อีกทางนึงคือ
ไม่พอใจ หัวแคลนผลจากการแยกตัว      ทำให้         เกิดสนธิสัญญาฟรินไบอุมขึ้น
กล่าวคือ มีการตกลงกันระหว่าง   MD    และทามิย่า  ว่าจะทำการแบ่งบอสใหญ่กัน
โดยสลับกันล่าคนละรอบ นั่นเอง

            แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น   เมื่อ ทาง POG รวมพลไปล่าไบอุม
กัน แต่ทาง MD ได้ข่าวมา      จึงทำการ เอาตัวละครเข้าไปปลุกไบอุมก่อน แต่กลับ
โดน POG ฆ่าตาย แค้นนี้จึงต้องชำระ    ทาง Kodkong ได้ประกาศออกช่องฟ้า และ
ส่งวอร์เข้าใส่ POG ในที่สุด  ทางฟาก  POG ก็สะสมความแค้นไว้นานแล้วและมีการ
เตรียมการสำหรับวอร์มาพอสมควร ประกอบกับคนที่ ส่งวอร์มามีแค่ MD เท่านั้น
POG จึง รับวอร์แบบทันทีทันใด
          จากนั้นไม่นาน ทางแคลนคู่บุญของ POG ที่เราเรียกกันว่า "แคลนตินแดง" ก็
ทำการแยกตัวออกจาก    พันธมิตร POG เช่นกัน          แหล่งข่าววงในแจ้งมาอีกว่า
ตินแดงจะ  ย้ายไปเข้า กับ MD เนื่องจาก มีการ ผูกสัมพันกันลับๆไว้นานแล้ว
         
         ทางทามิย่าละ ตอนนี้ทามิย่ากับเงา    ได้ ซุ่มกำลังคนกำลังของ และมีสมาชิก
บางคน เอาใจเชียร์ POG โดยแอบช่วยเหลือลับๆ เพื่อให้ POG มีกำลังจะ งัดกับ MD
ต่อไป เข้ากับคำว่า "นั่งบนภูดูเสือกัดกัน" นั่นเอง

          เอาใจแฟน Beyond กันหน่อย ไม่พูดถึงเลย เดี๋ยวจะลืมกันไป หลังจากที่ POG
วอร์กับ Md แล้วนั้น ทาง POG ก็มีคนมาเจรจากับ แคลน Hiso  ว่าจะหยุดยิง กัน ร่วมมือ
กันยำ MD ก่อนค่อยกลับมาวอร์กัน แต่ทาง Hiso ไม่เล่นด้วย ผลก็เลย ยิงกันมั่วไปหมด

        ผลก็คือ ตอนนี้ มี 5ฝ่ายใหญ่คือ
Md
Pog
Beyind
Tamiya + เงา
แคลนกลาง

ฝ่ายไหนจะจับมือกับฝ่ายไหน มาติดตามชมกันต่อไป




                   จากในตอนที่แล้วที่ ทาง   Md ได้ประกาศสงครามกับทาง POG ระยะเวลา
ผ่านไปเพียงไม่นาน     สงครามครั้งใหม่ก็บังเกิดขึ้นอีกแล้ว รอบนี้เป็นศึกระหว่าง   Md
และ  Tamiya เรื่องราวเป็นมาอย่างไร หลายคนคงจะสงสัยอยู่ ว่าเป็นมายังไง เรื่องเพิ่ง
จะเกิดแบบสดๆร้อนๆ แต่สงสัย ก็เกาะติดสถานการณ์มาให้มิตรรักแฟนกระทู้ได้ติดตาม
อ่านกันต่อไป อย่าลืมนะครับ เหมือนเดิม ฟังหูไว้หู มีจริงมีมั่วแยกแยะกันเอาเอง
อ่านเอามันส์อย่าเครียดไป ฮ่าๆๆ

                     หลังจากเมื่อวันพฤหัส ที่ผ่านมา ( 14/8/51 )  ได้ปรากฏ รายนามชื่อ ของกลุ่ม
ต่อต้าน Md มากกว่า 30 รายชื่อ ทั้งแคลน รูท66        คลูคลัดแคลน  Superio ปรากฏอยู่ใน
L2Plaza ว่าได้ทำการย้ายเซิฟเวอร์จากเซิฟ1ไปยังเซิฟ4  ส่งผลให้กองกำลังต่อต้าน    MD
 Tamiya เหลือเพียงแค่ แคลน Hiso และ Zero เท่านั้น  ภาพที่ออกมายิ่งตอกย้ำชัยชนะของ
ทางฝั่ง Md มากขึ้น เพราะนั่นทำกับว่าศัตรูได้หายไปจนเกือบหมดแล้ว

                     "หมดนาฆ่าโคถึก จบศึกฆ่าขุนพล"              

                     คือ วลีอมตะที่ใช้อธิบายถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดีที่สุด เนื่องมาจาก  ช่วง
เวลาแห่งชัยชนะอันยาวนานนั้น มันมีผลประโยชน์มหาศาลเข้ามาเกี่ยวข้อง   จึงเป็นที่มา
ของสงครามครั้งใหม่นี้

                    สืบเนื่องมาจากภาคก่อน แม้ภาพลักษณ์ของทาง     MD , Tamiya , เงา จะ
เหนียวแน่นกรมเกลียว  แต่ลึกๆภายในมีการขัดแย้งกันอยู่ตลอดเวลา      สาเหตุหลักก็คือ
"ผลประโยชน์"  นั่นเอง ท้าวความไล่มาได้ตั้งแต่ ปฏิบัติการล่าซาเคน ที่ Tamiya และ Md
แย่งซาเคนล่ากับทาง  Hiso + Sup  ผลของเหตการณ์นั้น ก็คือ เกิดปัญหาคาใจ เนื่องจาก
ทาง kodkong ก็ต้องการจะถึงซาเคน   ทาง Tezz ก็มีสิทธิอ้างในซาเคน     ทางอร เจ้าแม่
Tamiya ก็มีสิทธิอ้างซาเคน แต่สุดท้าย    ซาเคนก็ตกอยู่ในมือ ของ    kodkong ทาง Tezz
และ อร และ เงาหัว จึงเป็นคิวต่อๆไป  แต่ความหมางใจก็เกิดขึ้นมาแล้ว

                    ต่อเนื่องมา   ถึงเรื่องฮีโร่  จากการที่มีพันธมิตรแห่งแสงย้ายมาช่วยทาง  MD
จำนวนฮีโร่ ที่ในพันธมิตรควรจะได้จึงลดลงไปมาก มีการหมางใจกันตลอด จึงเป็นเหตุให้
 POG โดนบีบ ในเรื่องฮีโร่ไปในที่สุด และ ก็เป็น 1 ในฉนวนความขัดแย้งของทาง Tamiya
และ Md ด้วย และหลังจาก Md ประกาศสงครามกับทาง POG      Tamiya ก็ได้ใช้โอกาสนี้
ถอยออกมาทำพันธมิตรใหม่ ให้แน่นขึ้นด้วยการ   ดึง แคลนเงา และ Teenแดง เข้ามาเป็น
พันธมิตรเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรอง และจากการต่อรองผลก็คือ ยังคงเป็นพวกเดียวกันต่อไป
และ แบ่งบอสล่าแบบเดิม

                 แต่อย่างที่บอกไปเมื่อตอนต้น "ผลประโยชน์มันไม่เข้าใครออกใคร" เมื่อ2-3วัน
ที่ผ่านมานี้     ทาง Md ได้รวมตัวไปล่า อันธารัส โดยมี แคลนใหญ่จากเซิฟ2 มาช่วย ด้วย
จำนวนคนเพียง 50  กว่าคน ก็สามารถล้มอันธารัสลงได้ ประกอบกับฮีโร่บางคนจากแคลน
MD ไป ล่าบอสมดตัดหน้าโควต้าของแคลนเงา ยิ่งส่งผลให้ความแค้นมันสั่งสมมากขึ้น
ไปอีก

                 จากนั้นมีข่าวปล่อยออกมาว่าทาง   Superio ได้ส่งคนไปเจรจากับ kodkong เรื่อง
ที่จะให้ kodkong มาช่วย ที่เซิฟ4 แลกกับผลตอบแทนจำนวนมหาศาล และ แคลน midnight
 + แคลนฮอล คืน ซึ่งไม่ว่าข่าวนี้จะจริงหรือลวง    แต่ผลที่ออกมาคือ ทาง Tamiya และ เงา
หมดความศรัทธาในตัวของอดีตหัวพันผู้ยิ่งใหญ่ทันที   ในที่สุด เวลาแห่งความแตกหักก็มา
ถึงเมื่อ ทาง ไททันฮีโร่ของแคลน Md    ได้ออกมาตะโกนด่า Tamiya ออกช่องฮีโร่ ในช่วง
เวลาตี 4 ของคืนที่ผ่านมา เกี่ยวกับเรื่องฮีโร่ ส่งผลให้ ฟางเส้นสุดท้ายขาดสะบั้นลง

               วันนี้ ทางTamiya จึงได้ออกสด Md ทันที และส่งผลให้ มีการส่งวอร์ให้กันในที่สุด
โดยเหตุผลของ  Tamiya  ในการประกาศวอร์ก็คือ     การโดนเอารัดเอาเปรียบตลอดเวลาที่
ช่วยเหลือกันมา ส่วนทาง Md ก็มีเหตุผลในการประกาศวอร์เหมือนกันคือ ทาง Tamiya มี
กลุ่มคนที่ล่าบอสแล้วเอาประดับบอสไปขายซึ่งทาง Mdมองว่า คนกลุ่มนี้ เป็นกบฏ

                จนกระทั่งเกิดเหตุล่าสุด      เมื่อตอน 4  ทุ่มที่ผ่านมาเมื่อทาง หัวแคลน คอนโซล
เจ้าของฮอลอาเดนที่ Md ใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้เรียกร้องแคลนฮอลคืน แต่ทาง Md ไม่คืนให้
งานนี้เรียกได้ว่าเสียค่าโง่แคลนฮอล

     รายงานสดจาก ...
22:04:46 NexT๐Life : ฮอลผมขอคืนภายใน1อาทิตย์นะคับ
22:05:13 ๐๑จีโนเวน๑๐ : ทำไมต้องคืนครับ มีป้ายติดหรอฮอลคุณ
22:05:27 ๐๑จีโนเวน๑๐ : ผมไปยืมมาเมื่อไหร่ ?
22:05:31 NexT๐Life : ไปถามหัวแคลนนะคับ
22:05:36 ๐๑จีโนเวน๑๐ : 0.0
22:05:43 NexT๐Life : ว่าทำไมถึงต้องคืน
22:05:48 shibien : คำตอบเดียวกะจีโน อ่ะครับ
22:05:59 NexT๐Life : ได้คับแล้วจะได้รู้กันคับปีอก
22:06:11 shibien : คราบบ
22:06:23 NexT๐Life : ได้จัดไป
22:06:47 shibien : คราบบบบๆๆๆ
22:30:04 NexT๐Life : เก่งจิงก็มาใหม่นะน้องจีโน
22:30:16 ๐๑จีโนเวน๑๐ : ผมเปงลูกแม่คุณหรอ
22:30:27 NexT๐Life : ลูกหมาไง
22:30:29 ๐๑จีโนเวน๑๐ : มาเรียกน้อง
22:30:46 ๐๑จีโนเวน๑๐ : งั้นแม่คุณก็เปงหมาดิ
22:30:57 ๐๑จีโนเวน๑๐ : ผมเปงลุกหมาก็
22:31:01 NexT๐Life : แม่มรึงพันไรว่ะ

            จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางMdยังคงได้เปรียบในสนามโอลิมเพียด ทาง Tamiya
ก็ได้เปรียบในเรื่องจำนวนคนที่มากกว่า ทาง POGจะวางตัวยังไง        ฝั่งBeyond จะพลิก
สถานการณ์ได้หรือไม่ แล้ว superio จะกลับมาไหม เรามาติดตามชมกันต่อไป


วันอังคารที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

ภาค 5 แคลนอันดับ1 แห่ง Lineage2 กับ พนักงาน Nctrue


บางคนอาจจะคิดว่า เพราะ GM ไม่แบนบอท "midnight" 

          แบนแต่ฝ่ายตรงข้าม จึงทำให้ ดูเหมือนว่า midnight มี GM เป็นพวก 

                แต่บอกได้เลย ว่าไม่ใช่ ครับ !! ถ้าฟันธงจากเรื่องแค่นี้ก็เสียชื่อ สงสัยๆ หมดนะสิ

        

          เรามาฟังนิทานกันดีกว่า  ปล. เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ ผู้แต่งเขียนขึ้นจากการ 

นั่งญาณเอาเอง โปรดใช้ "วิจารณญาณ" ในการอ่าน เรื่องมันเกิดก็เพราะว่า 
ในช่วงที่มีการย้าย พรรค กันนั้น  Zelos ได้ย้ายมาอยู่กับ superio ไม่ได้มาตัว
เปล่าแต่มาพร้อมข่าวสารที่ว่า หัวหน้าแคลน midnight ในตอนนั้น 
         "มีความสัมพันธ์ลับๆกับพนักงาน Nctrue คนนึง" 
โดยพนักงาน  NCtrue คนนี้ได้คอยช่วยเหลือ midnightอย่างลับๆหลายอย่าง  
แต่ คำพูดก็คือคำพูด  ไม่สามารถยืนยันอะไรได้ พนักงานNctrueคนนี้เป็นใคร  
มีที่มาที่ไปยังไง เรามาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่านะครับ

             เรื่องนี้คงต้องย้อนเวลากลับไปอีกครั้งในสมัยที่ midnight ได้เข้าชิง 
BT นตอนนั้น   มีพนักงาน Nctrue ชื่อ ม่อง(นามสมมุติ)  เป็น ฝ่ายจัดงานใน
ขณะนั้น ผลของการแข่งก็อย่างที่ทุกคนทราบกันดีคือmidnight ได้เป็นแชมป์
ได้รับของรางวัลไป แต่.......... อดีตหัวหน้าแคลน midnight แผนสูงกว่านั้นได้
เป็นแชมป์ ชื่อเสียง + ของ ก็จริงแต่ถ้าได้ผูกสัมพันธ์กับคนในด้วยจะเป็นอะไร
ที่ สุดยอดแล้ว จึงได้เข้าไปตีสนิท ในที่สุด

          ต่อมา ก็เกิดเหตุการณ์ที่โด่งดังไปทั่ว BBS อยู่พักนึง นั่นก็คือ มีผู้เล่นฝั่ง 
superio ไปที่ตึก  Nctrue และ เข้าห้องน้ำอยู่ ได้ยิน พนักงาน   NCtrue คุยกัน
ถึงเรื่อง ชวนไปงาน    Meeting ของทาง  midnight โดยประเด็นมันอยู่ที่ ผู้เล่น
คนนี้ สามารถระบุชื่อม่อง(นามสมมุติ)ได้อีกด้วยจากเรื่องที่ไม่มีมูลจึงกลายเป็น
เรื่องมีมูลในที่สุดหลังจากเกิดเรื่องขึ้น ทาง  ม่อง (นามสมมุติ) ก็ได้โทรบอกกับ
ทาง หัวหน้าแคลนmidnight ในขณะนั้นว่าโดน "คาดโทษ"คงทำอะไรประเจิด
ประเจ่อไม่ได้และ   จากที่ลุงเคยไปมีทติ้งกับทางพลพรรค    midnight สามารถ
บอกได้ว่า ม่อง(นามสมมุติ)    คนนี้ไม่ได้ไปแค่ครั้งเดียว  อย่างน้อย 3 ครั้งที่ได้
ไป      meeting ด้วยกัน ที่ร้านหมูกระทะย่านหัวหมาก แต่คำพูดก็คือคำพูดไม่มี
รูปถ่ายไม่สามารถยืนยันได้....แต่เรื่องยังไม่หมดเท่านี้

          เหตุการณ์ย้ายพรรคได้เกิดขึ้นอีกรอบ และรอบนี้ ทางเทพค่ะ(นามสมมุติ) 
ผู้ไม่เผาผี     กับอดีตหัวหน้าแคลน midnight ได้ย้ายฟากจาก Tamiya ไปอยู่กับ
ทางsuperio ได้เปิดเผยข้อมูลมาว่า ทาง   
          "อดีตหัวหน้าแคลน midnight ได้รู้จักกับพนักงาน Nctrue จริง"
 อีกทั้งยังมีการ "เอื้อผลประโยชน์" กัน ในการแข่งขันโอลิมเพียดโดยให้พนัก
งาน Nctrue   ที่รู้จักทำการเช็คคะแนนของคู่แข่งให้  โดยในตอนที่เทพค่ะ(นาม
สมมุติ)ยังไม่ได้แตกหักกับทาง midnight อดีตหัวหน้าแคลนคนนี้ ได้ซิบไปบอก
คะแนนของคู่แข่งอยู่หลายครั้ง อีกทั้งยังเคยเจอ ม่อง (นามสมมุติ) ในงานmee
ting อีกด้วย  ที่น่าแปลกใจคือ ทาง    Zelos    และ เทพค่ะ   (นามสมมุติ) ได้พูด
เหมือนกัน ว่า อดีตหัวหน้าแคลน midnight รู้จักพนักงาน NCtrue จริง 
         โดย น่าสังเกตว่า พูดในช่วงเวลาที่ต่างกันมากโดยเมื่อ เทพค่ะ   (นามสม
มุติ) ย้ายเข้าไปอยู่กับ   superio นั้น zelos ได้เลิกเล่นไปแล้ว!!!แต่ลุงก็ยังยืนยัน
ำเดิม ไม่มีหลักฐาน แค่คำพูด ไม่สามารถยืนยันได้ ยังไม่หมดเท่านี้ เหตุการณ์
ที่กล่าวมามันก็แค่  คำพูดบอกกันมา แม้มันจะตรงกันโดยบังเอิญ แต่ แหล่งข่าว
ของลุงไม่ได้มีเพียงเท่านี้ 

         ยังมีเหตุการณ์ ที่เกิดตามมาก็คือ  ในกรณีของ Mchabaทางอดีตหัวหน้า

แคลน midnight ได้ คุยกับทาง  Mchaba  ว่ารู้จักคนในสามรถ  ช่วยให้ตัวละคร
ของ  Mchaba  แทนที่จะโดนแบนถาวร เป็นเหลือ 3 เดือนได้ ก็เหมือนเดิมครับ
แค่ คำพูด ไม่มีหลักฐาน ไม่สามารถยืนยันได้  ยังไม่จบครับยังไม่จบ

        เมื่อทาง superio ติดต่อกับทาง เจ้าของไอดี Kulza ได้แล้ว และได้ทำการ
ชักชวนให้มาอยู่ฝั่ง    superio  ได้ทำการเดินทางไปที่ตึก   Nctrue   เพื่อทำการ
เปลี่ยนพาส โดยที่การเดินทางครั้งนี้    มีเพียง  ผู้เล่นแค่ 3-4 คนเท่านั้นที่รู้เรื่อง
ว่า Kulza จะเดินทางไปเปลี่ยนพาส เมื่อเดินทางไปถึง ก็ได้แจ้งความประสงค์กับ 
พนักงานเจ้าหน้าที่ ที่รับเรื่องและ รอดำเนินการณ์

         แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อมีพนักงาน Nctrue บางคนรีบโทรไป
บอกกับทางอดีตหัวหน้าแคลนmidnight 
            " Kulza เดินทางมาเปลี่ยนพาส"
          ทางอดีตหัวหน้าแคลน midnight จึงได้ทำการโอนของทั้งหมด ในตัวและ
โกดังแคลนออกจากตัว    เมื่อทำการเปลี่ยนพาสเสร็จสิ้น เปิดเข้าไปดูของก็หาย
ไปหมดแล้ว เรื่องนี้ จึงทำให้เราคิดได้ว่า พนักงาน     NCtrue    กับ อดีตหัวหน้า
แคลน  midnight ไม่ธรรมดา !!      เพราะโดยปกติแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่ อดีต
หัวหน้าแคลนmidnight จะรู้เรื่อง การเดินทางของ Kulza ได้ ถ้าไม่มีคนบอก

ภาค 4 สาว สาว สาว กับแคลน NT


           ภาคนี้สืบเนื่องมาจาก คุณ  ที่รัก191 ได้ สงสัยว่าทำไม สาวๆ NT ถึง
กลับไปรวมตัวกันอีกครั้ง  จะมีความลับอะไรหรือไม่นั้น......  ลุงจะมา เล่าให้
ฟังกันใน ภาคนี้ ก่อนอื่นต้องท้าวความกันก่อนว่า   NT  ในยุค ของ 7sword 
นั้น หลังจากที่ได้ แยกพันธมิตร ออกมาจาก  Real  แล้วได้มีการเข้ากับทาง
แคลน Hiso ก่อตั้งพัน Beyondขึ้นมา โดยมี 7sword เป็นหัวหน้าแคลน  

          ต่อมาได้ทำการ รวมพรรคโดยแคลน XTerminate ยุบสมาชิกภายใน
ไปเข้าร่วมกับทาง  NT  โดย   XT  นั้นนำโดย Butabell 
(ไม่นับ Choken เพราะว่า ยังไงซะ หลังบ้านก็ใหญ่กว่าหน้าบ้านอยู่แล้ว)

         ๐กวินเนเวียร์๐-ย้ายไป ซุป
         เซเลอมูน------ ย้ายไป  Hiso  ต่อมา ย้ายไปไม่สังกัดฝ่ายใด
         Butabell -------ย้ายไป  Hiso  ต่อมา ย้ายไปไม่สังกัดฝ่ายใด
         Eval ------------ย้ายไป Hiso
         Chalala -------ย้ายไปไม่สังกัดฝ่ายใด


           ต่อมา เมื่อหมดยุคของ 7Sword สมาชิกสาวๆ ทั้งหลายก็ได้กระจาย
กันออกไปอยู่ตามแคลนต่างๆโดยแคลน  NT  ตกมาอยู่ในมือ  ๐Explorer๐  
           แต่ด้วยความที่๐Explorer๐"ติดหญิง"ทำให้ไม่ได้ดูแลเท่าที่ควรทาง
Butabell เห็นดังนั้น ก็เลยอยากจะรวบรวมสมาชิก  NT ที่ยังกระจายออกไป
ไว้ด้วยกัน จึงได้ไปทำการ ขอแคลน   NT   จากผู้มีอำนาจในNT จึงได้มีการ
เปลี่ยนหัวแคลน NT เป็น Butabell โดยได้รวบรวมสมาชิกไว้ได้หลายคน  

          ต่อมาเมื่อทางนาย ย. นามสมมุติ     ผู้ที่มีอิทธิพลในแคลน NT อย่าง
มาก ทราบข่าวจึงได้แจ้งไปยังสมาชิก NT ทุกคนที่เลิกเล่นไปแล้วหรือกำลัง
จะเลิกเล่น ให้เอาตัวกลับเข้าแคลน NT ไว้ ให้มันเป็นตำนานไป ดังนั้นเราจึง
เห็นผู้เล่นหลายๆคนที่จะเลิกกลับเข้า NT กัน นั่นเอง  ทีนี้เพื่อนๆ คงจะงงว่า 
สาวสาวสาว แล้วมันมาเกี่ยวอะไรกะ NT ใช่มะ 
สรุปก็คือ มันไม่มีอะไรในกอไผ่ ตั้งไว้ให้ดูฮือฮาเล่น เท่านั้นแหละ 55555

      เกล็ดเล็กๆส่งท้าย  เชื่อหรือไม่ว่า ตอนที่ ๐กวินเนเวียร์๐ ออกแคลน 
NT ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเข้าพวกกับฝ่ายไหน  ทางหัวหน้าแคลน midnight 
คนเก่า..ได้ซิบมาชวนเข้าแคลน    โดยพูดจาดีมากทาง   ๐กวินเนเวียร์๐ ก็
คล้อยตามแล้ว  ใจก็ลอยไปอยู่ midnight แล้ว แต่ทาง นาย ย. นามสมมุติ 
ได้บอกให้ ทาง ๐กวินเนเวียร์๐ ลองใจคน...
      "โดยฟอร์มเข้าไปอยู่แคลน superio ดู"
ปรากฏว่า แค่วันเดียวเท่านั้นที่เข้าไปอยู่แคลน  superio  กระแสตอบรับกลับ
แรงมากอย่างที่คาดคิดไม่ถึง นั่นก็คือ ๐กวินเนเวียร์๐โดนด่ากระจายในบอร์ด
 bbs แถมในเกมส์เจอ ซิบมาด่าเสียหายอีกมากมาย คำด่า เช่น -_-      -_-     
 -_-   หรือ -_-    และ  -_-    จนในที่สุด ๐กวินเนเวียร์๐ ก็พบสัจธรร

วันอังคารที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2556

แนะนำสถานที่เก็บเลเวล Lineage 2 / Goddess of Destruction ( 44 - 85 )

L2 Godไม่มีดันให้ลงแล้ว  ตัวเกมส์ใหม่นี้จะไกด์ 
และ ฟิก สถานที่เก็บเลเวลของเราไว้ค่อนข้างตายตัว

45 หอคอยงาช้าง -----------------(Ivory Tower )
50 ป่าอสูร --------------------------(Outlaw Forest)
55 ที่ราบที่ถูกลืม-------------------(Forsaken Plains)
60 หุบเขานักบุญ ------------------(Valley of Saints) 
65 ป่าคนตาย -----------------------(Forest of the Dead)
65สวนสัตว์ป่า-----------------------(Garden of Beasts)
65บึงประกายเพลิง-----------------(Blazing Swamp)
70 กำแพงอาโกส ------------------(Wall of Argos)
70 หนองโหยหวน------------------(Swamp of Screams)
70 บ่อน้ำพุร้อน---------------------(Hot Springs)
75 สถานสักการะฯ-----------------(Shrine of Loyalty)
75                                               (Avatar of Argos)
75 เกาะดึกดำบรรพ์----------------(Primeval Isle) 
80 หุบเขาสันติ ---------------------(Silent Valley)     
80 สุสานจักร------------------------(Imperial Tomb)
85 บึงมรณะ ------------------------(ฺฺBloody Swampland)

-------------------------------------------------------------------

ช่วงการเก็บเลเวล 44 - 56


           ทั้งหมดนี้ เป็นการรีวิวแบบคร่าวๆไม่ได้ลงรายละเอียดมากมาย(เพราะ
ข้อมูลมากอยู่แล้ว)เอาไว้  ช่วยตัดสินใจได้บ้างในการเลือกที่เก็บเลเวลนะคะ


            การเก็บเลเวล ช่วงหลังหมดเควสต่อเนื่องเลเวล 43 (จบที่หอคอยงา
ช้าง)หลังจากได้ Mentor คุณสามารถเลือกรูปแบบการเก็บเลเวลได้มากมาย
เราขอแนะนำที่ๆไกล้ตัวที่สุด ก่อนก็แล้วกัน   นั้นก็คือ  ด้านบนรอบนอกของ
Ivory Tower   หรือ หอคอยงาช้าง 44 - 49 (49ต่อด้วยเควสไพลาคากลูดิน )



Outlaw Forest หรือ ป่าอสูร(50 - 56)


                ยังอยู่กันในเมืองโอเรนที่ป่าอสูร สามารถเก็บเวลเวลได้ง่ายและไว
เหมาะทั้ง    สายนักรบ   และ สายวิซาร์ด เพียงจัดการเก็บกับเจ้าโอเอลมาฮุม


The Enchanted Valley หรือ ป่าแฟรี่ (46-58)




                           ที่ๆเหมาะมากสำหรับสายซัมมอนเนอร์ และเป็นอีกที่ที่เก็บ
เลเวลได้ดีและดีกว่าที่ ป่าอสูร แต่ทว่าต้องใช้เวลาในการเดินทางนานหน่อย  
และมอนสเตอร์ที่นี้เลือดคูญ  2-3   หาก เป็นสายอาชีพที่แดมเมจกลางๆควร
ไปที่ป่าอสูรแล้วเน้นที่จำนวนตัวจะดีกว่านะ ^^


           ถ้าถามว่าที่เก็บลเวลนอกจาก 2 ที่นี้ยังมีอีกไหม คำตอบคือมีคะ แต่ถ้า
เน้นที่ ความสะดวก และ เก็บเลเวลง่ายและไว    



ช่วงการเก็บเลเวล 56  ขึ้นไป



Frozen Labyrinth หรือ วงกตเหมันต์ (56-64) 



    ที่นี้มีเควส น้ำแข็งดำที่เป็นทางผ่านก่อนทำเควสเข้าพบเฟรย่ตอนเลเวล 
82 มอนสเตอร์จัดการค่อนข้างง่าย  มีทั้งมอนสเตอร์แบบเดี่ยว และปาร์ตี้ที่
สำคัญคื่อที่เก็บเลเวลในช่วงครึ่งหลัง พวก กวาง/วัวป่า หากโดนสกิลโจมตี
กายภาพจะแยกร่างได้ด้วย ที่นี้เหมาะทั้งนักรบและวิซาร์ด แต่ วิซาร์ดจะอยู่
ที่นี้ง่ายหน่อย



Forsaken Plains หรือ ที่ราบที่ถูกลืม (55-61) 


                    หนึ่งในที่เก็บเลเวลที่ยอดฮิตที่สุด คงไม่ต้องบรรยายสรรพคุณ
        (ไม่มีที่ไป ของไม่ถึง อาชีพไม่เก่งเลเวล 55-61 ส่วนใหญ่มาลงนี้หมด) 
        เก็บเลเวลง่าย ค่อนข้างปลอดภัยแถมยังมีเควสวันอีกด้วย


Fields of Massacre หรือ เขตสังหาร  (56-66)


                 ที่เก็บเลเวลเบาๆ    อีกทีหนึ่ง เหมาะกับการ   Solo  นอกจากมอน
สเตอร์ครึ่งแรกที่ แม้แต่ สายธนูคามาเอล มีบัพธรรมดา  ยังเก็บเลเวลที่นี้ได้
สบายๆกับ พวกหนอน  /    ต้นไม้ และ  อันเดธ แต่ หากอยากท้าทายกว่านั้น 
ตรงลึกเข้าไปเรื่อยๆ จะเจอกับ   มอนสเตอร์อันเดธตระกูลDoom  
(พวก Doom นี้สามชอบเรียกชื่อเล่นว่า "สตันทลายโลก"รีซิสช๊อกยังไม่ช่วยอะไร)

Valley of Saints หรือ หุบเขานักบุญ (61-72) 


                    ที่เก็บเลเวลในเมืองรูน(ที่แอบมีความหลังกับสามมากๆ)หากคุณ
กำลังมองหาที่เก็บเลเวลไวๆ   กับมอนสเตอร์เลือดน้อยๆจำนวนติดกันมากๆ
ที่นี้เป็นที่ๆดีที่สุดอีกแห่งหนึ่งแต่... 

         หากคุณกำลังเพลิดเพลิน  กับ    การล้างผลาญ  พันธ์มอนสเตอร์อยู่ดีๆ
 แล้วกลับวูบลงไปนอน กองกับพื้น     ก็ไม่ต้องแปลกใจคะ เพราะมอนสเตอร์
ที่นี้คริโหดมาก   (โดยเฉพาะดวงไฟประกายแสง คริเวทย์ทีใจหาย)    บวกกับ
มอนสเตอร์ที่นี้มีดีบัพอีกนิดหน่อย  (เลือกออก/ติดพิษ/ลบบัพ/)     แต่ไม่ค่อย
บ่อยหรอกนะ ถ้ากัดฟันถ้าอยู่ ก็เก็บเลเวลไวมากเช่นกัน


Forest of the Dead หรือ ป่าคนตาย  (61-75)

            
                   มอนสเตอร์ที่นี้ มีดีบัพเยอะ(สตัน/เลือดออก/ติดพิษ/ตรึง)มีทั้งอันเดธ
และเผ่ามารในช่วงหลังหลุมฝังศพ (ในภาพ)ข้างบนนั้นมีมอนสเตอร์อันเดธ ที่พอ
จัดการได้ง่ายๆ     (แต่ชอบสตัน)       ส่วนที่เหลือก็เก็บเลเวลได้พอสมควร แหล่ง 
ฟาร์มชั้นดีของที่นี้คือ   เหล่าแวมไพร์   เลือดน้อยที่ตายง่ายดาย แต่กลับได้ EXP
เยอะมาก หากท่านมาเป็นช่วงกลางคืน มอนสเตอร์จะแกร่งขึ้น แต่หลายๆคนอาจ
จะชอบก็ได้ ระวังตัวนิดๆนะคะ

(ปล. สำหรับผู้เล่น inter และทำเควสป่าคนตายช่วงที่ต้องมาคืนเควสให้ทหารยาม
ในหมู่บ้านต้องคำสาป หรือมาทำให้ สัญลักษญ์แตกโดยการมาเจอทหารยามลูก
น้องเรดตอนกลางคืน ให้มาก่อน   จะเทียงคืนในเกมส์   เพราะเรดจะมีลมหายใจ
น้อยมากไม่กี่นาทีก็หาย)



Tower of Insolence  หรือ หอคอยทรนง (61 -76)



           ที่เก็บเลเวลชั้นเยียมเมืองอาเดน ถูกปรับมอนสเตอร์แทบทุกชั้น


             หอคอยทรนงได้  EXP สูงมากๆรองลงมาจากที่กำแพงอาโกส ตรงมอนฯ
เทวดาแต่มอนสเตอร์จะรีสปอนเร็ว  เกิดได้ไวกว่า เป็นที่เก็บเลเวลอันดับต้นๆของ
ช่วงเลเวล     61-76 ได้เลย     เหมาะกับบรรดาสายนักรบและนักธนู    และซัมมอน
สังเกตได้จากสายอาชีพเหล่านี้    ไม่เคยขาดสายไปจากที่นี้เลย      หากคุณสนใจ
ละก็ หาบัพโหดๆ/หรือจาก Mentor ก็เข้ามาลุยได้เลย

                            (เทวดาที่กำแพงอาโกส)


Garden of Beasts  สวนสัตว์ป่า (65-72)



         ที่เก็บเลเวลหน้าโกดาด แค่เดินลงมานอกเมืองก็ถึงแล้ว สรรพคุณคล้ายๆ
ที่ราบที่ถูกลืม อยู่ง่ายและเน้นจำนวนตัว

Blazing Swamp หรือ บึงประกายเพลิง(65-76)



                   ที่เก็บเลเวลและทำเควสวันในเมืองอาเดน และค่อนข้างปลอดภัย
EXP กลางๆ เหมาะกับการเก็บเลเวลแบบเดียวซะมากกว่า เก็บเลเวลง่ายทั้งสาย
นักรบและวิซาร์ด


Swamp of Screams หรือ หนองโหยหวน(70-76)



เป็นอีก 1 สถานที่ๆมอนสเตอร์ชุกชุมมาก และ บอบบาง เหมาะแก่นักรบ แต่สำหรับ
สามจะเลือกที่นี้เป็นตัวเลือกสุดท้าย


Hot Springs  หรือ บ่อน้ำพุร้อน(70-80)



                ที่ทำเคสวันอีกที่หนึ่ง ได้ค่าตอบแทน EXPเยี่ยม มอนสเตอร์ HP * 2 
เหมาะกับสายนักรบมากกว่าสายวิฯ  แต่กระนั้นก็โปรดระวัง   สตัน   โดยเฉพาะ
เจ้าเยติที่สตันได้สตันดีๆ ยังไม่ทันหายพี่แกง้างอีกละ - -


Silent Valley หรือ หุบเขาสันติ(75-80)


         ที่เก็บเลเวลสบายๆชิลๆ เหมาะกับการเก็บเลเวลแบบเดี่ยวโดยเฉพาะกับ
สายนักรบ เก็บเลเวลที่นี้   75 - 80ได้เลย หลังจาก 80 แล้วหากคุณยังชื่นชอบ
ในบรรดายักษ์โบราณก็ยังตามไปเก็บเลเวลต่อได้ที่ Giants'sCaves(80-85)
(เหมาะสำหรับการไปเป็นปาร์ตี้ และมอนสเตอร์ช่วงแรกจะแพ้หอกมากๆ)




Varka Silenos Barracks หรือ วาคาร์ซิเนโรจ(74-80)



                เควสแพะในตำนานการเปลี่ยนอาชีพ แม้ตอนนี้ใน L2God ไม่ต้อง
ทำก็สามารถเปลี่ยนอาชีพได้   แต่ที่นี้ยังคงต้องมนต์สเน่ห์สำหรับหลายๆคน
ยังคงมาที่นี้เพื่อเก็บเลเวล (แพ้การโจมตีระยะประชิด)

 Ketra Orc Outpost หรือ เทรคาออค(74 - 80)


                    เควสออคในตำนานอีกเช่นกัน(ผูกพันธมิตรกะแพะก็ต้องมาตีออค)
ที่นี้ก็ยังมีผู้คนแวะเวียนมาบ้าง แม้ถ้าดูตามเนื้อผ้าแล้ว ควรเลือกที่เก็บเลเวลใหม่ๆ
มากกว่า (ตามที่ตัวเกมส์กำหนดสายวิก็ลงที่ เกาะดึกดำบรรพ์/นักรบก็ลงที่ด้านหน้า
ทางเข้าสุสานจักรฯ) เพราะเก็บเลเวลง่ายและไวกว่าแต่ให้ตัดทิ้งไปก็ยังทำไม่ได้จริงๆ
ขอลงเอาไว้คร่าวๆก็พอคะ


Monastery of Silence หรือ อารามเงียบ(80-85)



                 ที่เก็บเลเวลชั้นสูง(ตามที่เนื้อเรื่องของเกมส์ระบุ)หากไม่ได้ใส่
อาวุธไว้ในมือจะสามารถเข้าไปเยียมชมและทำเควสต่างๆได้ในช่วงของ
ชั้นแรก และในชั้นแรกนี้ยังเก็บเลเวลด้วยตัวคนเดียวได้บ้าง   แต่ยังพอมี
ความเสี่ยง ที่จริงที่นี้จะเหมาะกับการมาแบบเป็นปาร์ตี้ซะมากกว่า ในชั้น
ที่ 2 ขึ้นไปมอนสเตอร์ จะตีก่อนตามปกติ

Forge of the Gods เตาหลอมเทวดา(76-82 )


                 มอนสเตอร์ที่นี้ยังคงเดิม แ่ต่เปลี่ยนรูปแบบการเข้า เมื่อเดินลงมาจะ
เจอ  ดรอฟสาว ทำหน้าที่เทเลพอร์ทเข้ามาในดันเจี้ยนอีกที หากมีอาวุธธาตุน้ำ
ละก็ที่นี้ก็คือสวรรค์ดีๆนี้เอง  หรือใครที่สามารถ  ลากฝูงมอนสเตอร์ได้ ยิ่งดีเข้า
ไปใหญ่ในช่วงชั้นบนมอนสเตอร์จะอ่อนแอกว่าชั้นล่าง  หากคุณคิดจะลองลาก
มอนสเตอร์แนะนำให้ลองที่ชั้นบนก่อนหากไม่ไหว หรือไม่มีอาวุธ น้ำจริงๆหา
วิซาร์ดสักคนหรือ ซัมมอนม้า   ก็ช่วยได้มาก อีกอย่างก็คือ บัพจำพวก
 รีเฟลคแดมเมจ (พลังแห่งการลากจงสถิตอยู่กับทุกคนคะ >.<)



Crypts of Disgrace หรือ หลุมฝังศพความอัปยศ(80-85)



                   ที่เก็บเลเวลของสายนักรบแห่งเมืองชูตการ์ต ที่ถูกปรับขึ้นมาจาก
เลเวล 30กว่าๆ     (และยังหลงเหลือมอนสเตอร์ 20- 30กว่าๆอีกนิดหน่อย)ช่วง
ที่ราบนับจากครั้งแรกที่ถูกเทเลพอร์ท  เก็บเลเวลง่าย   หากแต่ถ้าต้องการลาก
ยังมีมอนสเตอร์แพ้หอก    อยู่ที่หลุมฝังศพ  มอนสเตอร์ออคผู้ทรยศ มากมาย
รอคอยให้ท่านไปสัมผัส  

                   และหากกำลังตีเพลินๆปรากฏว่ามีเสา Graveyard Guard   ออกมา 
ให้รีบตี หีบสมบัติข้างใต้ก่อนและรีบจากไป รอจนกว่าเสานั้นจะหาย(ในหีบจะ
ได้หินธาตุ) อีกที่ๆอยู่ไกล้ๆก็คือ  

Den of Evil หรือ แหล่งร่วมวิญญาณร้าย(80-85)


            เป็นอีกหนึ่งที่เก็บเลเวลของสายนักรบ(อีกแหละ - -)กับฝูงออคและมาร
ที่นี้มีความพิเศษตรงที่จะมีมอนสเตอร์พิเศษมาดีบัพ มอนสเตอร์ Eye of Kasha
หากเราไม่ทำการโจมตีมอนสเตอร์ตัวนี้เลย จะมีสัญญาณเตือนจากมอนสเตอร์
และ ตูม!! ท่านจะได้รับ Stigma of Kasha โคตรดีบัพ ลดพลังโจมตี, ป้องกันและ
ความเร็ว 50%  ยาวนานถึง 15 นาที แต่ถ้าทำการตี จะได้รับบัพช่วยเพิ่มคริติคอล




Sel Mahum Training Grounds หรือ โรงเรียน เซลมาฮุม(80-85)



               อีกหนึ่งที่เก็บเลเลเวลยอดฮิต ของสายนักรบ    (อีกละมีแต่นักรบๆ)
จุดเด่นอยู่ที่ลานฝึกที่มีนักเรียนใหม่เต็มไปหมด  มอนสเตอร์อ่อนแอ กับการ
โจมตีกายภาพค่อนข้างมากเก็บเลเวลได้ง่าย แต่   Expต่อตัวได้ไม่มากมาย
เท่าไหร่ แต่อยู่เพลินๆเน้นจำนวนตัวก็จัดว่าคุ้มค่าอยู่คะ

Wall of Argos หรือ กำแพงอาโกส(70-80)


         แหล่งฟาร์มเลเวลชั้นเยี่ยมนอกจากฝั่ง Shrine of Loyalty ครึ่งบนเปลี่ยน
เป็นมอนสเตอร์อันเดธ  มีเควสให้รับที่ช่วง 75 ที่นี้เก็บเลเวลได้ยาวๆถึง 80 


และหลัง 80-85 มีเควสและที่เก็บเลเวลใน Imperial Tomb 80-85 หรือ สุสานจักรวรรดิ์


       (ปล.มอนสเตอร์ส่วนใหญ่และอันเดธแถวๆ Shrine of Loyalty และเทวดาที่ 
Avatar of Argos แพ้การโจมตีกายภาพทั้งหมด)


Primeval Isle หรือ เกาะดึกดำบรรพ์(76-83)




             ที่เก็บเลเวลของเหล่าวิซาร์ดทั้งหลาย  เควสของที่นี้ไม่ได้ปรับ EXP 
จนรู้สึกหวือหวา หากเทียบกับที่อื่น   โดยเฉพาะในรังร้าง   วาโรซีนเรฟเตอร์ 
ยังเก็บเลเวลง่ายและไวมากและถ้าคุณลากมอนสเตอร์ที่นี้ได้ที่นี้(สายวิซาร์ด
เพียงคนเดียวหรือสายฮิลเลอร์ก็ทำได้) น่าจะเก็บเลเวลดีอันดับต้นๆต้องระวัง
สตันกันมากหน่อยนึงแต่ถ้าชอบแบบปลอดภัยจะยิงรายตัวเลยก็ยังได้





Field of Silence/Field of Whispers  หรือ ทุ่งวังเวง/ทุ่งเสียงกระซิบ(82-85)



         เป็นที่เก็บเลเวลของสายวิซาร์ดช่วงปลายๆ 82-85 มีสมุนไพรแปลกๆ และ
เควสเลือกฝั่งนิดหน่อย  มอนสเตอร์ชุมมากๆไม่ต้องเดินหาไกล เก็บเลเวลแบบ
ปลอดภัย ได้ Exp กลางๆเพราะใช้เวลาในการจัดการค่อนข้างนาน





Dragon Valley หรือ หุบเขามังกร(80-85)



                ที่นี้มีมอนสเตอร์โหดๆมากมาย แถมเป็นแหล่งหาตำรายักษ์กากเหลือง
(ดรอบง่าย)ช่วงส่วนปากทางเข้าจะมีแต่มอนสเตอร์ที่เหมาะกับผู้เล่นเดี่ยว พอลึก
เข้าๆ  และยังไม่ได้ Awakening มีปาร์ตี้จะปลอดภัยกว่า เมื่อมีเลเวล 85 แล้วควรไป
เก็บเลเวลและทำเควสที่ Bloody Swampland ที่ หมู่บ้านดาร์คเอลฟ์เพื่อทำเควสวัน
และฟาร์มเก็บเลเวลคะ